คุณคงเคยได้ยินเรื่องของการมีเสาไฟฟ้าอยู่ใกล้ตัวบ้านว่า จะส่งผลกระทบในแง่ที่ไม่ดีนักต่อผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เสาไฟฟ้าเป็นสัญลักษณ์แทนความหมายของคำว่าไฟ การมีไฟอยู่ใกล้บ้านเรือนนั่นหาใช่สิ่งสมควรไม่ ผลกระทบจะมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของเสาไฟฟ้าและขนาดของตัวบ้าน เสาไฟฟ้าขนาดเล็กซึ่งมีประจำตามถนนหนทางนั้นไม่ค่อยจะส่งผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนและผู้อยู่อาศัยสักเท่าใด ที่ฮวงจุ้ยสนใจและนำมากล่าวถึงนี้ ได้แก่ เสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่มากกว่า
เหตุผลที่ไม่ควรมีเสาไฟฟ้าแรงอยู่อยู่ใกล้ตัวบ้าน เพราะมีกระแสชี่ที่รุนแรง และมันจะส่งผลกระทบต่อกระแสชี่ที่ดีซึ่งไหลเวียนอยู่ภายในบ้าน บางตำรากล่าวว่า เสาไฟฟ้าและหม้อไฟจะส่งคลื่นความถี่ออกมาอย่างแฝงเร้นเข้าสู่บ้านคุณ ผ่านทางประตูและหน้าต่าง ซึ่งจะทำให้พลังงานของบ้านเสียความสมดุล และจะส่งผลร้ายต่ออารมณ์และสุขภาพของผู้พักอาศัย
เราไม่สามารถมองเห็นอนุภาพของเสาไฟฟ้าขณะทำลายกระแสชี่ที่ดีได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ก็คือ หม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งติดตั้งอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูงนี้ ประกอบไปด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกไปทั่วบริเวณ หลายคนที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกับที่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงติดตั้งอยู่นั้น อาจจะมีอาการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ผลกระทบที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยในละแวกเดียวกันกับเสาไฟฟ้าแรงสูงนั่น มีโอกาสเกิดอัคคีภัย รวมไปถึงอุบัติเหตุอันสืบเนื่องมาจากความเสียหายของหม้อแปลงและสายไฟ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว มักจะมีลมพายุพัดมาด้วยความรุนแรง จนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่บนสายไฟฟ้าแรงสูงนั้นเกิดชำรุด และสร้างความเสียหายต่อผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงได้

สำหรับวิธีการแก้ไขที่ดีที่สุด คือให้ปลูกต้นไม้บังเสาไฟเอาไว้ เพราะต้นไม้จะช่วยลดคลื่นไฟฟ้าให้เข้าบ้านน้อยลง แต่อย่าปลูกต้นไม้ใกล้กับเสาไฟฟ้ามากเกินไป เพราะกิ่งไม้อาจไปกระทบกับหม้อแปลง ทำให้ไฟช็อดได้






